|
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับไฟฟ้า
ในบ้านพักอาศัยระบบสาธารณูปโภคอันได้แก่ไฟฟ้า ประปา มีความจำเป็นที่เจ้าของบ้านจะต้องมีความเข้าใจระบบพื้นฐาน
เพื่อการใช้งานที่เหมาะสม และปลอดภัย
การเดินสายไฟภายในบ้านแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ
การเดินสายไฟลอย หรือการเดินสายไฟแนบไปตามผนัง คาน หรือฝ้าเพดาน เห็นแนวสายชัดเจนจึงมองดูไม่ค่อยเรียบร้อย แต่เป็นวิธีที่ประหยัดค่าใช้จ่าย และง่ายสำหรับการซ่อมแซม แบบรัดคลิป เป็นแบบที่เราคุ้นเคยเนื่องจากทำงานง่ายทำหลังจากบ้านเสร็จก็ได้ ส่วนมากเป็นบ้านแบบเก่าหรือบ้านแบบประหยัด มีอุปกรณ์เป็นคลิปรัดสายไฟที่ทำจากอลูมิเนียมบาง โดยมีตะปูตัวเล็กยึดคลิปกับผนัง เว้นระยะห่างระหว่างคลิปประมาณ 10-15 เซนติเมตร ตัวสายต้องรีดให้เรียบตึง แบบท่อร้อยสาย เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทำงานค่อนข้างสะดวกและรวดเร็ว โดยท่อที่นำมาใช้ร้อยสายมีทั้งที่เป็นท่อพีวีซี (สีเหลือง) ซึ่งผลิตตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เหมาะสำหรับการเดินสายไฟฟ้า หรืออาจใช้ท่อโลหะซึ่งทนทานต่อการกัดกร่อน เหมาะกับผนังปูนเปลือย ส่วนใหญ่จะใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม หรือใช้เป็นงานตกแต่ง เน้นแนวไฟฟ้า เน้นสีสันขององค์ประกอบให้เป็นรูปแบบของการแต่งบ้านสมัยใหม่ การเดินสายไฟฝังผนัง เป็นการร้อยสายไฟผ่านท่อซึ่งฝังอยู่กับผนังอาคารทำให้ได้งานที่เรียบร้อย สวยงาม ปลอดภัย ส่วนใหญ่ท่อร้อยสายจะเป็นท่อพีวีซีสีเหลือง การดูแลซ่อมแซมจะตรวจดูที่ junction block ซึ่งเป็นกล่องสำหรับเชื่อมต่อหรือแยกสายไฟ เนื่องจากสายไฟจะถูกซ่อนในท่อต้องทำพร้อมกับการก่อสร้าง ค่าใช้จ่ายสูงกว่าแบบเดินลอย การติดตั้งและการเปลี่ยนในภายหลังทำได้ยากกว่า บ้านที่สร้างในปัจจุบันส่วนใหญ่จะใช้รูปแบบนี้เพราะสามารถตกแต่งห้องได้ง่าย ดูเรียบร้อยกว่าแบบเดินลอย สำหรับสายไฟในสวนควรจะเป็นสายแบบ NYY เนื่องจากมีการหุ้มฉนวน 2 ชั้น มีความแข็งแรงทนทานกว่าสายไฟธรรมดา จึงสามารถเดินสายโดยร้อยผ่านท่อร้อยสายไฟก่อนฝังในดิน ให้ลึกอย่างน้อย 30 เซนติเมตร เพื่อช่วยป้องกันความชื้น และเสริมความแข็งแรง ให้กับสายไฟ งานเดินสายไฟ ในบ้านหลังหนึ่งสามารถใช้หลายวิธีรวมกันตามความเหมาะสม |
* อุปกรณ์ต่อสายดิน (Ground Wire) เป็นอุปกรณ์ที่ต้องติดตั้งแยกจากระบบไฟฟ้าภายในบ้าน โดยจะมีสายดินวิ่งคู่ไปกับสายไฟทั่วไป เพื่อนำกระแสไฟฟ้าที่รั่วลงสู่ดินโดยการทำงานของสายดิน คือสายไฟที่ต่อกับเครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อให้ศักย์ไฟฟ้าเท่ากับศักย์ไฟฟ้าของพื้นดิน จะช่วยให้กระแสไฟฟ้าวิ่งลงดินก่อนเข้าถึงตัวเรา * วิธีสังเกตการหมดอายุการใช้งานของสายไฟ - สังเกตสีของสายไฟ ถ้าสายไฟที่เคยมีสีขาวกลายเป็นสีเหลืองแสดงว่าสายไฟเสื่อมสภาพแล้ว - สังเกตสภาพของสายไฟ ถ้าผิวฉฉนวนแข็ง กรอบ หรือมีรอยปริแตกให้รีบเปลี่ยนสายไฟใหม่ |