1.
การหาแบบบ้านที่ถูกใจ ซึ่งปัจจุบันสามารถหาได้จากหนังสือเกี่ยวกับบ้าน
ซึ่งหากเราชอบสไตล์ ใหน ก็สามารถเป็นแนวทางให้ช่างเขียนแบบช่วยออกแบบให้ตรงกับความต้องการของเราได้
ซึ่งเจ้าของบ้านเองก็มีส่วนสำคัญที่เป็นตัวแปรทางลักษณะของตัวบ้าน
รูปร่างหน้าตา รวมทั้งพื้นที่ใช้สอยต่างๆ ควรปรึกษาสมาชิกในครอบครัวให้เรียบร้อยเสียก่อน
เพื่อรวบรวมข้อมูลต่างๆ ให้กับสถาปนิก เพื่อที่จะสามารถสรุปแบบบ้านให้รวดเร็วขึ้นได้
ส่วนเรื่องวัสดุต่างๆ หากสรุปยังไม่ลงตัวก็สามารถปรึกษากันภายหลังได้
ส่วนสำคัญ
คือ การเลือกช่างเขียนแบบควรเลือกที่มีประสบการณ์พอสมควร เพราะปัญหาที่มักพบมากก็คือ
ไปให้ช่างเขียนแบบที่ขาดประสบการณ์ ในการออกแบบหรือเขียนแบบบ้าน
ซึ่งผลที่ตามมาก็คือ การได้บ้านที่เป็นบ้านแต่ในกระดาษ ไม่สามารถสร้างขึ้นมาจริงได้
เนื่องจากโครงสร้างอาจไม่ลงตัว หรือการออกแบบที่เกินความเป็นจริง
และปัญหาต่างๆอีกมากมายตามมาภายหลัง หากยอมเสียค่าใช้จ่ายเรื่องแบบบ้านให้สถาปนิกหรือบริษัทที่มีประสบการณ์
ก็ทำให้ปัญหาเรื่องนี้หมดไป และจะได้บ้านที่ออกแบบตามหลักของสถาปัตยกรรมอย่างถูกต้อง
ซึ่งค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ เมื่อเทียบกับตัวบ้านแล้วมีค่าประมาณ
3 % ของราคาบ้าน ซึ่งก็ไม่ได้มากมายอะไรนัก ซึ่งราคานี้รวมค่าวิศวกรที่คำนวนโครงสร้างและเซ็นต์รับรองแบบเรียบร้อยแล้ว
2.
เรื่องของฮวงจุ้ย หรือเกี่ยวกับหลักมงคลในการปลูกบ้านเรือนทั้งทางไทยและจีน
เป็นเรื่องเกี่ยวกับการกำหนดทิศทางของตัวบ้าน ประตู หน้าต่าง การกำหนดเนินดิน
ผืนน้ำ ความเชื่อเกี่ยวกับการปลูกต้นไม้ต่างๆ ภายในบ้าน ซึ่งเหล่านี้บางครั้ง
อาจจะเป็นข้อกำหนด ที่เป็นปัญหามากสำหรับตัวบ้าน คือทำอะไรก็ไม่ได้เลย
เพราะห่วงแต่ฮวงจุ้ยอย่างเดียวในส่วนของเรื่องนี้ ก็อยู่ที่การพิจารณากันว่า
จะเชื่อมากน้อยอย่างไรก็แล้วแต่ เพราะเป็นความสบายใจ หรือความเชื่อของผู้อยู่อาศัยภายในบ้าน
ยึดถือไว้แต่พองามดีกว่า จะได้บ้านที่ใช้ประโยชน์ใช้สอยได้อย่างสูงสุด
3.
งบประมาณ เรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งปัญหาที่พบกันมากก็คือ
งบประมาณน้อย แต่ต้องการบ้านหลังใหญ่ หรือพื้นที่ใช้สอยมากเกินกว่างบประมาณที่มี
เราควรยืนอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง รายละเอียดต่างๆ ของตัวบ้าน
วัสดุต่างๆมีส่วนแปรผันกับราคาบ้านทั้งนั้น ก่อนตัดสินใจต่างๆ
ควรคำนึงความต้องการต่างๆ ที่พอดี ก็จะได้บ้านที่มีคุณภาพเหมาะสมกับราคาหรืองบประมาณที่มี
4.
ฤกษ์ยาม เรื่องนี้ก็เป็นอีกความเชื่อหนึ่งที่อยู่คู่กับคนไทยมาเป็นเวลาช้านาน
ซึ่งส่วนสำคัญของฤกษ์ยาม น่าจะอยู่ที่ความพร้อมในทุกๆ ด้านมากกว่า
คือ พร้อมทั้งใจ ทั้งกาย และงบประมาณ หากทุกอย่างพร้อมแล้ว ก็นับว่าคือฤกษ์ที่ดีที่สุด
หากต้องการความสบายใจ ก็สามารถเอาฤกษ์ชัยเพิ่มเข้าไปอีกก็ได้ จะได้สบายใจกันทั้งบ้าน
ส่วนของฤกษ์ชัยควรปรึกษาผู้ใหญ่ให้ท่านช่วยหาให้ดีกว่า เชื่อว่าท่านคงสามารถช่วยเราในเรื่องนี้ได้แน่ๆ
5.
การเลือกผู้รับเหมา เจ้าของบ้านส่วนใหญ่จะกลัวเรื่องนี้มาก
เนื่องจากเรื่องราคาและคุณภาพของงาน ส่วนมากจะได้ผู้รับเหมาจากการแนะนำมาจากคนรู้จักที่ใช้ช่างนั้นๆ
มาก่อน แต่ก็ควรที่จะ ศึกษาให้ดีไม่ควรใช้ผู้รับเหมาที่เป็นผู้รับเหมาช่วง
ควรเลือกที่มีความน่าเชื่อถือมีประสบการณ์เกี่ยวกับบ้านโดยตรง
และศึกษาผู้รับเหมาโดยสอบถามจากเจ้าของบ้านโดยตรง ควรศึกษาผู้รับเหมาหลายๆ
ราย เพื่อดูราคาและคุณภาพของงานแต่งานทุกงานก็ย่อมมีปัญหาที่เกิดขึ้น
ทางที่ดีควรหาทางป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้นจะเป็นการดีที่สุด
6.
การตัดสินใจเลือกวัสดุอุปกรณ์ ปัญหาที่พบมากก็คือ การเลือกวัสดุอุปกรณ์ไม่ลงตัว
ทำให้การออกแบบล่าช้า เนื่องจากหาข้อสรุปไม่ได้ โดยเฉพาะวัสดุปูพื้นและผนังต่างๆ
เจ้าของบ้านคงต้องพยายามสรุปและตัดสินใจให้เด่นชัด หากมีปัญหาควรปรึกษากับวิศวกรหรือสถาปนิกก็ได้
เพื่อที่จะได้ข้อสรุปที่มั่นใจและรวดเร็ว
การที่จะปลูกบ้านสักหลังนั้น
ไม่ใช่ว่าง่ายหรือยากเกินไป หากมีการวางแผนเอาไว้รวมถึงความพร้อมทางด้านต่างๆ
เอาไว้บ้าง ปัญหาต่างๆ ก็จะลดน้อยลง ทำให้ไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยกับบ้านมากเกินไป
เพราะรับทราบ รายละเอียดต่างๆ มาพอสมควร ทุกคนในบ้านควรมีส่วนร่วมในการที่จะช่วยให้บ้านเสร็จสมบูรณ์และเมื่อบ้านเสร็จ
ก็จะเป็นกลายเป็นความชื่นใจที่ได้รับ และความภาคภูมิใจของสมาชิกทุกคนในบ้าน